การทำโฆษณา ให้โดนใจลูกค้า


การทำโฆษณา

การทำโฆษณา เป็นการประชาสัมพันธ์และสื่อสารแบรนด์ให้ไปถึงตัวผู้บริโภค หรือกลุ่มเป้าหมายให้ได้รับรู้ ยิ่งคนเห็นโฆษณาของคุณบ่อยมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นการสร้างการจดจำแบรนด์มากยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่หลีกหนีจากการชมโฆษณา การทำการตลาดหรือโฆษณาแบบถี่รัว ๆ สร้างการจดจำต่อแบรนด์ก็จริง แต่เป็นเป็นการจดจำในทางลบ แทนที่ผู้บริโภคจะประทับใจกลับสร้างความน่ารำคาญให้กับผู้บริโภค ดังนั้น คุณควรวางแผนในการทำโฆษณาให้ดี ๆ เพื่อที่แบรนด์ของคุณจะเป็นที่จดจำของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งในวันนี้เรามีเทคนิคการสร้างโฆษณาให้โดนใจลูกค้ามาฝาก จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

การทำโฆษณา หมายถึง การเสนอ ข่าวสาร หรือ แจ้งข่าวสารให้บุคคลที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทราบเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือแนวความคิด โดยเจ้าของสินค้า โดยมีการจ่ายเงินเป็นค่าใช้สื่อ และเป็นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้ใช้บุคคลเข้าไปติดต่อโดยตรง

ทำไมโฆษณาถึงน่ารำคาญในสายตาผู้บริโภค?

ปัจจุบันหลาย ๆ คนหันดูรายการทีวีย้อยหลังผ่าน YouTube เพราะฉะนั้นการตลาดแบบเดิม ๆ บน Mass Media ใช้ไม่ได้ในยุคนี้ แต่กลับไปเพิ่มในโซเชียลมีเดียมากขึ้น โดยเฉพาะช่องทาง YouTube เพราะคนรุ่นใหม่หันมาชมรายการย้อนหลังผ่าน YouTube กันเกือบหมด แบรนด์ต่าง ๆ จึงต้องปรับตัว ตามไปซื้อพื้นที่โฆษณาบน YouTube กันสนั่นแล้วยิงโฆษณาเข้าไปแบบถี่รัวๆ

ด้วยโฆษณาตัวเดิม คอนเทนต์อันเดิม จริงอยู่ที่การยิงโฆษณาตัวเดิมซ้ำๆที่บางทีอาจมากถึง 10 ครั้งใน 1 ชั่วโมงต่อละครหรือรายการย้อนหลัง 1 เรื่องอาจทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ และ Key Message ได้  แต่ของแถมที่ไม่ต้องการอย่างความรู้สึกรำคาญและหงุดหงิดของผู้บริโภค ก็จะตามมาด้วยเพราะทำให้เสียอรรถรสในการรับชมเผลอๆ อาจทำให้ผู้บริโภคเกลียดเข้าขั้นแอนตี้แบรนด์นั้นไปเลยก็เป็นได้

แล้วทำอย่างไรล่ะ? ลูกค้าถึงจะไม่รำคาญโฆษณาของเรา

1. การตัดต่อ

การตัดต่อเป็นส่วนสำคัญมาก ๆ ในการทำโฆษณา ซึ่งถ้าตัดต่อดีลูกค้าก็มีโอกาสที่จะสนในแบรนด์เราและรับชมโฆษณาของเราจนจบ แต่ถ้าตัดต่อไม่ดี ถูกค้าก็จะรีบกดข้ามและมองแบรนด์เราไม่ดีไปเลย

อันดับแรกคุณต้องไม่ลืมว่าการที่คนหันมาดูออนไลน์ เพราะหนีโฆษณาจากรายการสดมาเป็นส่วนใหญ่  ยิ่งคุณเอาโฆษณาไปใส่เขาก็จะยิ่งต่อต้านและหาทางหนี และยิ่งใช้โฆษณาตัวเดิมที่ยิงบนโทรทัศน์ยิ่งแล้วกันใหญ่ เพราะยิ่งทำให้คนดูรำคาญมากกว่าเดิม  ดังนั้นการตัดต่อจึงมีความสำคัญอย่างมาก เจ้าของแบรนด์ ซึ่งคนที่ทำหน้าที่เป็นครีเอทีฟต้องคิดถึงพฤติกรรมการดูออนไลน์เป็นหลัก เน้น Key Message สั้น ๆ ก็พอ ว่าเราอยากให้ผู้บริโภคจำอะไรเกี่ยวกับแบรนด์ และควรตัดต่อให้จบภายใน 5 วินาทีแบบที่คนยังไม่ทัน Skip Ad ก็จบแล้ว

2. จังหวะการตัดเข้าโฆษณา

จังหวะการตัดเข้าโฆษณาก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน การดูอยู่หน้าจอออนไลน์คนดูจะมีสมาธิและมีความอินกับเนื้อหามากกว่า เพราะตั้งใจดูยาว ๆ แบบไม่มีโฆษณาคั่น แต่พอมีโฆษณามาคั่น จะดูเหมือนเป็นการการถูกบีบบังคับให้ต้องดูและยิ่งเป็นโฆษณาที่ Skip Ad ไม่ได้ ถึงแม้จะแค่ 10-12 วินาที แต่มันเป็นวินาทีที่ดูยาวนาน และบางครั้งโฆษณาบางตัวมาบ่อยจนเกินไป หรืออาจมาคั่นในช่วงเวลาสำคัญ ๆ  ยกตัวอย่างเช่น การตัดเข้าโฆษณาของรายการ รายการหนึ่งที่ศิลปินกำลังร้องเพลงถึงกลางเพลง แต่กลับตัดเข้าโฆษณาทั้ง ๆ ที่เพลงนั้นยังไม่จบ ซึ่งเจ้าของแบรนด์ควรต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเรื่องที่อาจจะทำให้ลูกค้ามองสินค้าของคุณไปในทางลบไปเลย

จังหวะการตัดเข้าโฆษณาแม้จะควบคุมได้ยากกว่า การตัดเข้าทางโทรทัศน์ที่มีการวางแผนจังหวะที่เหมาะสม มีจังหวะเบรกหลังจากการดูมานานระดับหนึ่ง ต่างจากการตัดเข้าโฆษณาทางออนไลน์ที่คิดจะตัดเข้าก็ตัดเลย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ครีเอทีฟต้องคิดให้หนัก และวางแผนเกี่ยวกับจังหวะการตัดเข้าโฆษณาให้มีคุณภาพ

3. การยิงโฆษณาซ้ำอย่างมีศิลปะ

ในช่องทางโทรทัศน์ใน 1 รายการหรือละคร 1 ตอนคนจะได้เห็นโฆษณาหลากหลายไม่ได้เห็นโฆษณาเดิมซ้ำ ๆ จนเอียนแถมคนดูยังมีทางเลือก เช่น การเปลี่ยนช่องหรือไปทำอย่างอื่นในช่วงโฆษณา แต่ช่องทางออนไลน์คนดูมีตัวเลือกน้อย และเปลี่ยนช่องไปดูอย่างอื่นไม่ได้ ดังนั้นการยิงโฆษณาซ้ำบ่อยๆ แทนที่จะทำให้รู้สึกสนใจกลับจะทำให้คนดูรู้สึกปฏิเสธแถมไม่ชอบอีกต่างหาก เผลอๆอาจถึงขั้นดาวน์โหลดแอพพลิเคชันเพื่อบล็อกโฆษณาไปเลย  แถมบางครั้งก็ส่งผลกระทบต่อเจ้าของคอนเทนต์ด้วยเพราะเมื่อไหร่ที่คนคนรู้สึกรำคาญโฆษณามาก ก็เลิกดูคอนเทนต์นั้นไปเลยก็มี แล้วความถี่ในการยิงโฆษณาเท่าไรจึงจะเรียกว่าเหมาะสม?

เพราะฉะนั้น ต้องวางแผนในการยิงโฆษณาให้เหมาะสม เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่รู้สึกรำคาญหรือหงุดหงิดกับโฆษณาของคุณมากจนเกินไป ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยิงโฆษณาซ้ำคือ 1 สัปดาห์ และยิงซ้ำครั้งที่ 3 ใน 2-3 สัปดาห์ แต่การยิงโฆษณาซ้ำ 3 ครั้ง ก็ไม่ได้แปลว่าคนดูจะเก็บข้อมูลได้ทั้งหมด ต้องขึ้นอยู่กับความน่าสนใจและความเกี่ยวข้องกับตัวผู้บริโภคด้วย เว้นแต่ว่าโฆษณาคุณต้องโดนจริง ๆ เป็นโฆษณาที่ดูแล้วประทับใจมากจนลืมไม่ลงจริง ๆ ผู้บริโภคถึงจะจดจำสินค้าของคุณได้

ดังนั้น การเข้าหาผู้บริโภคอย่างมีศิลปะ และยึดถือหลักจิตวิทยาของมนุษย์ด้วยความถี่ และจังหวะที่เหมาะสม ย่อมเข้าถึงผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสการขายได้มากกว่า อีกทั้ง ทีมออกแบบโฆษณาก็เป็นอีกส่วนสำคัญไม่แพ้กันเลยในการทำโฆษณา หรือยิงโฆษณา ถือเป็นตัวชี้วัดว่า ผู้บริโภคจะดูโฆษณาของคุณต่อ หรือจะกดข้ามโฆษณาของคุณเลยก็ว่าได้

การโฆษณานอกจากจะทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ของคุณได้แล้ว ยังมีโอกาสทำให้สินค้ามียอดขายจากการทำโฆษณามากขึ้นด้วย แต่ในทางกลับกัน หากคุณวางแผนการทำโฆษณา หรือวางแผนการยิงตัวโฆษณาไปถึงผู้บริโภคได้ไม่มีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ในการทำโฆษณาครั้งนี้ของคุณอาจจะทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์เสียไปเลยก็ได้ สำหรับเจ้าของแบรนด์ท่านไหนที่กำลังทำโฆษณา หรือกำลังวางแผนในการทำโฆษณาอยู่ข้อมูลในข้างต้น สามารถนำข้อมูลขางต้นไปวางแผนในการทำโฆษณาได้นะคะ รับรองว่านอกจากผู้บริโภคจะไม่รำคาญโฆษณาของคุณแล้ว ยังมีส่วนทำให้ผู้บริโภคให้ความสนใจโฆษณาของคุณอีกด้วย

อ่านบทความเพิ่มเติม การเล่นสล็อตออนไลน์ไม่ได้มีรูปแบบการชนะเพียงแบบเดียว

 สล็อตออนไลน์ เป็นเกมสล็อตออนไลน์ ที่มาในรูปแบบใหม่ที่ฮ็อตฮิตที่สุดในขณะนี้ แตกต่างจากการเล่น ในบ่อนคาสิโนเป็นอย่างยิ่ง และดีกว่า