ไขข้อข้องใจกับเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับ เครือข่าย 5G


เครือข่าย 5G

ปัจจุบันตลาด เครือข่าย 5G ภายในประเทศไทยเริ่มคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กับการพัฒนาโครงการข่าย รวมไปถึงการประมูลคลื่นความถี่ 5G ที่ผ่านไปเมื่อต้นปี และการเข้ามาของสมาร์ทโฟนรุ่น 5G ต่างๆ อีกทั้งยังมีอุปกรณ์อีกมากมายหลายชนิดที่พร้อมใส่เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมาให้ผู้บริโภคนั้นได้ใช้กัน

สำหรับคุณสมบัติหลักเด่นชัดของ 5G ที่เห็นได้ชัดเลยคงเป็นเรื่องของคุณภาพการรับชมวีดีโอ หรือการเล่นเกมส์ออนไลน์ ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสกับคุณภาพความคมชัด และความรวดเร็วเทียบเท่ากับการใช้งานผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) หรือการที่สามารถทำงานและเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างที่อยู่บน Cloud ไม่ว่าจะรูปแบบภาพ หรือวิดีโอ ได้แบบทันทีที่ต้องการ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดที่สูงกว่าเทคโนโลยี 4G อีกด้วย

นอกจากนี้ เทคโนโลยี 5G ยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อจำนวนมากๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต หรือที่เรียกกันว่า IoT อาทิ รถยนต์ไร้คนขับ การผ่าตัดได้จากระยะไกล หุ่นยนต์ในโรงงาน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานซึ่งถือว่ามีความเร็วมากกว่าเทคโนโลยี 4G เกิน 10 เท่า รวมถึงช่วยให้เกิดการใช้งาน AR และ VR ในกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสำรวจภาคสนาม การสาธารณสุขทางไกล ความบันเทิง และท่อส่งข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการเข้าถึงการใช้งาน Cloud Computing ซึ่ง 5G ช่วยพัฒนาศักยภาพของระบบค้าปลีก การซื้อของออนไลน์ รวมถึงการใช้งานต่างๆ ของออฟฟิศอัจฉริยะ (Smart Office) และนำไปสู่ระบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) ในอนาคต

หลายๆ คนคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G อยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นของความเร็ว ดีกว่า 4G อย่างไร ทำอะไรได้บ้าง แล้วทำไมเราต้องตื่นเต้นกับการที่มีเทคโนโลยีตัวใหม่นี้ด้วย วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูคำตอบกัน ไปดูกันเลย

1. มือถือ 5G แค่เล่นอินเทอร์เน็ตได้เร็วกว่ามือถือ 4G?

เครือข่าย 5G

หลายคนมองว่า 5G คือ 4G เวอร์ชั่นอัพเกรด หรือมองว่า 4G ปัจจุบันก็เล่นอินเทอร์เน็ตได้ลื่นปรื้ดแล้ว 5G คงไม่ได้เร็วไปกว่ากันสักเท่าไรนัก แต่! ความจริงคือนอกจากจะเร็วขึ้นแล้ว มือถือ 5G ยังสามารถรองรับการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ได้อีกมากมายในอนาคต ซึ่งความเร็วของ 4G ไม่สามารถทำได้ เช่น บริการเกมผ่านคลาวด์ (Cloud gaming) หรือการนำ เครือข่าย 5G ไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี VR และ 3D

อย่างเช่นการใช้บริการเกมผ่านคลาวด์ เมื่อก่อนหากจะเล่นเกมเราจำเป็นต้องดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดลงมาก่อน ระหว่างที่เล่นเกมก็ต้องเจอกับข้อจำกัดของความเร็วเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่การใช้งานบริการเกมผ่านคลาวด์ในยุคของ 5G จะไม่ต้องดาวน์โหลดข้อมูลใดๆ เพราะว่าภาพทั้งหมดของเกมจะอยู่บนระบบ Cloud Computing และ Cloud Rendering เมื่อส่งผ่านมายังมือถือด้วยสัญญาณ 5G ที่เร็วและค่าหน่วงเวลาต่ำ จะทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหมือนอยู่ในเกมจริงๆ

2. รีบซื้อมือถือ 5G ตั้งแต่ตอนนี้ ระวังจะต้องซื้อใหม่อีกตอนระบบเสถียรกว่านี้

เครือข่าย 5G

บางคนพูดกันว่าถึงแม้เราจะมีสัญญาณ 5G แล้วแต่การใช้งานยังคงไม่ค่อยเสถียรนัก ถ้าซื้อมือถือ 5G ตอนนี้ เราจะตกเป็นหนูทดลองหรือเปล่า และอาจต้องซื้อใหม่อีกเมื่อมีการปรับปรุงระบบจนเสถียรและสมบูรณ์แต่! ความจริงแล้ว 5G มีอยู่ 2 แบบด้วยกัน นั่นคือ NSA (Non-standalone) และ SA (Standalone)

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับ NSA แล้ว SA จะทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสิทธิภาพที่สูงในระดับไม่แพ้กับอินเทอร์เน็ตแบบ ADSL และยัง ใช้แบตเตอรี่น้อยลง มีความหน่วงในการรับส่งข้อมูลที่ลดลง จึงทำให้เครือข่ายตอบสนองเร็วขึ้นไปด้วย หรือจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นคือ NSA เปรียบได้กับรถไฟธรรมดาที่วิ่งบนรางเหล็ก ไม่สามารถยกระดับความเร็วสูงสุดได้อีกต่อไปแล้ว แต่ SA เปรียบเสมือนรถไฟความเร็วสูงที่ใช้มาตรฐานใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นตัวรางและขบวนรถไฟ

ดังนั้นการเลือกซื้อมือถือ 5G ตอนนี้สามารถทำได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญคือต้องเลือกมือถือที่รองรับ 5G ทั้งสองแบบ อย่างเช่น HUAWEI Mate 30 Pro 5G ที่เพิ่งวางขายเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ก็รองรับ 5G ทั้งแบบ NSA และ SA ดังนั้นไม่ว่าจะใช้เครือข่าย 5G แบบใด ผู้ใช้ก็ยังคงสามารถสัมผัสประสบการณ์ 5G ที่ลื่นไหลและทรงประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน

3. เพิ่งเริ่มใช้ 5G เชิงพาณิชย์ มือถือ 5G ต้องกินแบตเตอรี่แน่ๆ เลย

เครือข่าย 5G

หลายคนอาจไม่แน่ใจว่ามือถือ 5G ที่ผลิตออกมารุ่นแรกๆ จะอึดพอไหมสำหรับการใช้งานเครือข่าย 5G อย่างต่อเนื่องและยาวนาน เพราะเครือข่ายที่รวดเร็วขึ้นย่อมหมายความว่าเครื่องต้องทำงานหนักขึ้น แต่ในความเป็นจริงคือแน่นอนว่าโทรศัพท์ที่ชิปเซ็ตและโมเด็มทำงานแยกกัน ย่อมทำให้เครื่องร้อนและแบตเตอรี่หมดเร็ว ทว่าขณะเดียวกันก็มีโทรศัพท์มือถือที่ชิปเซ็ตทำงานร่วมกับโมเด็ม อย่าง HUAWEI Mate 30 Pro 5G ที่มากับชิปเซ็ต  Kirin 990 5G ซึ่งบรรจุโมเด็ม Balong 5000 ไว้ในตัว ช่วยยืดระยะเวลาการทำงานให้ยาวนานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

                เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อข้องใจเกี่ยวกับ 5G ที่ใครหลายๆ คนคงสงสัยกันมากๆ หลังจากได้อ่านบทความข้างต้นแล้วคงจะช่วยคลายข้อข้องใจให้กับทุกคนได้ นอกจากนี้การพัฒนา 5G ในประเทศไทยยังคงอยู่ในช่วงของการทดลองและเริ่มจะปรับใช้เทคโนโลยีใหม่นี้อย่างเต็มที่ สำหรับใครที่เป็นสายไอที ก็อย่าลืมติดตามข่าวสาร และสาระความรู้ผ่านทางเว็บไซต์ได้ตลอด อย่าลืมอัพเดทข่าวสารกันล่ะ

5G กำลังจะมาแล้ว ต่อไปเราคงจะใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างไม่สะดุด เล่นเกมแบบไม่มีกระตุกอย่างแน่นอน เราเลย รวม 5 เกมมือถือ น่าเล่นในเดือนสิงหาคม 2020 มีมากมายหลายเกมให้เลือกเล่น ไม่ว่าจะเป็นเกมแนว MMORPG, MOBA, Puzzle หรือแนว Action 

อ่านบทความพิ่มเติม DEKARON Online เกมออนไลน์สุดคลาสสิก ไม่เล่นไม่ได้แล้ว!